วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

บุคคลตัวอย่าง


โจ แม่สาย พ่อค้าตลาดนัด สู่นักธุรกิจพันล้าน
หนุ่มสุดฮอต "โจ แม่สาย ประภาสะวัต" เจ้าของธุรกิจติดตั้งแก๊สรถยนต์ อันดับ 1 ของประเทศไทย "Versus Thailand" (เวอร์ซุส) ที่ปัจจุบันมีสาขากว่า 500 แห่งทั่วประเทศ
จากจุดเริ่มต้นเพราะความอยากรวย คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าคนรวย จะเป็นคนเก่ง จึงจุดประกายให้อยากมีธุรกิจส่วนตัว จนปัจจุบันหนุ่มนักธุรกิจคนนี้สามารถทำเงินได้นับพันล้านบาทต่อปี จากธุรกิจติดแก๊สรถยนต์ และธุรกิจเกี่ยวกับจอแอลอีดี ที่ติดตั้งตามอาคารต่างๆ จึงทำให้ "โจ แม่สาย ประภาสะวัต" เป็นนักธุรกิจอีกคนที่น่าจับตามอง

จากพ่อค้าตลาดนัด กลายเป็นนักธุรกิจระดับพันล้าน ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะต้นทุนทางบ้านของคุณโจ ไม่ได้ร่ำรวยมากมายนัก แต่ยังโชคดีที่ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ ขณะเรียนก็ทำงานควบคู่ไปด้วย ทำให้มีรายได้ เดือนละ 7,000 - 8,000 บาท
แต่แนวคิดสำคัญที่เราได้จากนักธุรกิจหนุ่มคนนี้คือ "ทำงานได้เงินมา 100 บาท ใช้ 30 เอาไปลงทุนอีก 30 และเก็บไว้อีก 40 ถ้าเราอยากจะใช้มาก ก็ต้องหาให้ได้มากขึ้น ยิ่งหาได้มากขึ้น ใช้มากขึ้น เราก็จะมีเหลือเก็บมากขึ้นเหมือนกัน เพราะต้องเก็บส่วนหนึ่งไว้ตลอด หากหาได้น้อยก็ต้องยอมรับว่าเราต้องใช้ให้น้อย"
จนในที่สุดมีเงินเก็บก้อนหนึ่ง จึงคิดที่จะเริ่มเอามาลงทุน และได้อ่านหนังสือแบบจริงจัง จนในที่สุดได้เจอกับคุณลุงคนหนึ่งที่ทำธุรกิจติดตั้งแก๊สรถยนต์ ซึ่งกำลังรุ่ง เพราะช่วงนั้นคนเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันมาเป็นแก๊สมากขึ้น และก็ดูว่าไม่น่าจะทำยาก กำไรค่อนข้างดีคันละ 5,000 บาท
เขาจึงได้เริ่มศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจอย่างจริงจัง  และเริ่มทำธุรกิจติดตั้งแก๊สรถยนต์ จากตลาดนัดธรรมดาๆ เน้นให้ราคาถูกกว่าเจ้าอื่น กำไรจากธุรกิจเดือนแรกของเขา 40,000 บาท
แต่เมื่อธุรกิจนี้เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น คู่แข่งเริ่มมากขึ้น "โจ แม่สาย ประภาสะวัต" จึงมีไอเดียใหม่ คือการนำเข้าอุปกรณ์ติดตั้งแก๊สรถยนต์มาขายให้ร้านรับติดแก๊สทั่วประเทศ เพราะเห็นว่าตลาดกำลังเจริญเติบโตเป็นอย่างดี แต่วิธีที่จะทำให้ตัวเองโด่งดังนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เขาจึงต้องมีการจัดสัมมนาเป็นประจำ เพื่อให้ช่างจากทั่วประเทศมาซื้อสินค้าของเขา
ด้วยความอนทน มุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง และความกล้าที่จะลงทุนของ "โจ แม่สาย ประภาสะวัต" มีเงินทุนหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท ยิ่งไปกว่ายั้นความสำเร็จของนักธุรกิจหนุ่มคนนี้คือการที่ "Versus Thailand" เป็นอันดับหนึ่งของประเทศอย่างปัจจุบัน






คุณตัน นักธุรกิจหัวใจไม่ยอมแพ้
ตัน เปิดโรงงานชาเขียว
บริษัทอิชิตันกรุ๊ปเปิดโรงงานอิชิตันกรีนแฟคทอรี่อย่างเป็นทางการ ซึ่งเลื่อนมาจากเมื่อปลายปีที่แล้ว จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา 
ด้วยมูลค่าลงทุนกว่า 3,500 ล้านบาท เสนอแนวคิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น



มหาอุทกภัยปลายปีที่ผ่านมาทำให้แนวคิดในการสร้างโรงงานผลิตสินค้าของบริษัทอิชิตันกรุ๊ปเปลี่ยนแปลงไปโดยหันมาใส่ใจกับธรรมชาติสิ่งแวดล้อมมากขึ้น


โรงงานอิชิตันกรีนแฟคทอรี่จึงเกิดขึ้นมาภายใต้แนวคิดกรีนโนเวชั่นเทคโนโลยีขั้นสูงสุดในการผลิตเครื่องดื่มที่เป็นมิตรกับธรรมชาติมากที่สุดเป็นระบบบรรจุเย็นแบบปลอดเชื้อรายแรกในไทย
หรือโคลด์อะเซฟติกฟิลลิ่งเทคโนโลยีซึ่งสามารถลดการใช้พลาสติกได้ 36 เปอร์เซ็นต์ ภายใต้งบลงทุนกว่า 3,500 ล้านบาท


ในเบื้องต้นอิชิตันกรีน แฟคทอรี่ จะมีกำลังการผลิต 200 ล้านขวดต่อปีและสามารถผลิตเครื่องดื่มแบบกล่องยูเอชที 130 ล้านกล่องต่อปีโดยกำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
หลังจากติดตั้งสายการผลิตที่ 2 แล้วเสร็จในเดือนกันยายนนี้
ผู้บริหารอิชิตันกรุ๊ปกล่าวอีกด้วยว่าอิชิตันกรุ๊ปยังมีแผนเตรียมขยายการลงทุนโรงงานใหม่เพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง ภายใน 1-2 ปีหน้า โดยอาจลงทุนโรงงานใหม่ที่จังหวัดนครราชสีมาเพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกน้ำท่วม
อีกทั้งทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้ศูนย์กระจายสินค้าที่จะช่วยทำให้ลดต้นทุนในการขนส่งได้พร้อมกันนี้ตั้งเป้ารายได้ในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3,500 ล้านบาท


นอกจากนี้ภายในอิชิตันกรีนแฟคทอรี่ ยังมีศูนย์การเรียนรู้ที่มีชื่อว่า ตันแลนด์ซึ่งมีคหุ่นตัน 1,111 ตัว รอต้อนรับผู้มาเยี่ยมชมบนระยะทางกว่า 400 เมตร
โดยรอบบริเวณการทำงานของเครื่องจักรนำเสนอนิทรรศการแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคน สังคม เศรษฐกิจ และธรรมชาติซึ่งจะเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น